dot
รับประกันมาตรฐานการบริการ
dot
bulletรับฝากขายบ้าน ที่ดิน
bulletอสังหาเรื่องต้องรู้
dot
ค้นหาบ้านมือสอง

ประเภท
ราคา
จังหวัด
อำเภอ
ถนน

  [Help]
dot
dot
ค้นหาบ้าน ที่ดิน คอนโด
dot
bulletทาวน์เฮ้าส์
bulletบ้านเดี่ยว/แฝด
bulletคอนโดมิเนียม
bulletอาคารพาณิชย์
bulletที่ดินเปล่า
bulletอพาร์ทเม้นท์ โกดัง โรงงาน
dot
คำนวณสินเชื่อ บ้านมือสอง
dot
bulletคำนวณ 3 มิติ แบงค์ชาติ
bulletคำนวณสินเชื่อ ธ.ออมสิน
bulletคำนวณสินเชื่อ ธอส.
dot
Link บ้านมือสอง & อสังหา
dot
bulletตรวจสอบเครดิตบูโร
bulletค่าธรรมเนียม ภาษี อากร
bulletราคาประเมินที่ดิน คอนโด
bulletผังเมืองกรุงเทพ: แดนศิวิไล
bulletสมาคมนายหน้าอสังหาฯ


ฝากขายบ้านมือสอง...ฟรี
ตัวแทนขายอสังหาริมทรัพย์


ดอกเบี้ย MLR, MRR, MOR แตกต่างกันยังไง?

ดอกเบี้ย MLR, MRR, MOR แตกต่างกันยังไง?



เวลาขอสินเชื่อกับธนาคาร หลายคนอาจจะไม่คุ้นเคยกับการคิดดอกเบี้ยเงินกู้นะคะ ในอัตราดอกเบี้ยนั้นมีตัวย่อมากมายที่เขาใช้กันทั้งในไทยและต่างประเทศ วันนี้เราได้ยกตัวอย่างอัตราดอกเบี้ย 3 ชนิดที่ใช้บ่อยในประเทศของเรา มาทำความรู้จักกับ MLR, MOR, และ MRR กันนะคะ!


ดอกเบี้ยเงินกู้จะมีอยู่ 2 ประเภทหลักๆ ดังนี้ค่ะ

1. อัตราดอกเบี้ยคงที่ (Fixed Rate)
• กำหนดไว้เป็นตัวเลขเฉพาะ และมีจำนวนเท่าเดิมตลอดอายุสัญญา
• เช่น ดอกเบี้ย 3% ระยะเวลา 3 ปี

2. อัตราดอกเบี้ยลอยตัว (Floating Rate)
• เปลี่ยนแปลงไปตามต้นทุนของแบงค์แต่ละแห่ง
• มีการประกาศอัตราดอกเบี้ยใหม่เป็นครั้งคราว สามารถเช็คได้ที่เว็บของแบงค์นะคะ

โดยตัวอย่างที่เราจะได้ยินกันบ่อยก็คืออัตราดอกเบี้ย 3 ตัวนี้ค่ะ!

1. MLR (Minimum Loan Rate)
• เรียกเก็บจากลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทกู้มีระยะเวลา
• มีประวัติการเงินที่ดี หลักทรัพย์ค้ำประกันเพียงพอ
• ใช้กับเงินกู้ระยะยาวที่มีกำหนดระยะเวลาแน่นอน

2. MOR (Minimum Overdraft Rate)
• เรียกเก็บจากลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินเบิกเกินบัญชี

3. MRR (Minimum Retail Rate)
• เรียบเก็บจากลูกค้ารายย่อยชั้นดี 
• สินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อบัตรเครดิต


ข้อควรรู้ และ ข้อแตกต่าง
•  อัตราดอกเบี้ยของแต่ละแบงค์จะไม่เท่ากัน เพราะต้นทุนของแต่ละที่ไม่เท่ากัน ปกติแล้วแบงค์ขนาดใหญ่จะมีอัตราดอกเบี้ยพวกนี้ต่ำกว่าแบงค์เล็กด้วยนะคะ
•  ลูกค้าเองก็อาจจะได้อัตราดอกเบี้ยไม่เท่ากันแม้กู้ผ่านแบงค์เดียวกัน ขึ้นอยู่กับความเสี่ยง ความสามารถในการชำระหนี้ และรายได้ที่ไม่เท่ากัน หรือแม้แต่หลักทรัพย์ค้ำประกันที่นำมาใช้
•  แม้จะไม่ใช้ลูกค้ารายใหญ่หรือบริษัท แบงค์ก็ให้ดอกเบี้ย MLR กับเราได้ ถ้าเราขอสินเชื่อระยะยาวที่มีกำหนดระยะเวลาแน่นอน


วิธีคิดดอกเบี้ยเงินกู้

1. การคิดดอกเบี้ยแบบเงินต้นคงที่
• ส่วนมากใช้กับการเช่าซื้อรถยนต์
• เริ่มคิดจากเงินต้นทั้งจำนวน และ ระยะเวลาผ่อนชำระทั้งหมด
• นำดอกเบี้ยที่คำนวณได้ + เงินต้น หารด้วยจำนวนงวดผ่อนชำระ
• จำนวนเงินผ่อนจะเท่ากันทุกงวด เงินต้นและดอกเบี้ยก็เช่นกัน
• ข้อดีคือ คิดง่าย แต่ดอกเบี้ยจะสูงกว่าแบบลดต้นลดดอก

2. การคิดดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก
• ใช้คำนวณดอกเบี้ยของสินเชื่อเกือบทุกประเภท
• คิดทีละงวดจากเงินต้นที่ทยอยลดลงมาตามการชำระหนี้
• เงินที่จ่ายไปในงวดแรกๆ ส่วนใหญ่จะถูกจ่ายเป็นค่าดอกเบี้ย เพราะเงินต้นยังสูง
• แต่ผ่อนไปสักระยะ ดอกเบี้ยจะลดลงตามจำนวนเงินต้น
 

วันนี้เราก็ได้ทำความรู้จักกับดอกเบี้ยทั้ง 3 ชนิดกันไปแล้วนะคะ ทีนี้เราก็จะได้รู้กันว่าอัตราดอกเบี้ยที่แบงค์เรียกเก็บจากเราเป็นประเภทไหนและแตกต่างกันยังไงบ้าง เมื่อมีความรู้เบื้องต้นแล้วก็จะทำให้เราเข้าใจและคุ้นเคยกับระบบต่างๆ ในวงการสินเชื่อมากขึ้นค่ะ!




อสังหาเรื่องต้องรู้ & สินเชื่อบ้าน :

"ผู้กู้ร่วม" vs "ผู้ค้ำประกัน" แตกต่างกันอย่างไร?
"บ้าน" vs "รถ" ซื้ออะไรก่อนดี?
สินเชื่อบ้านแลกเงิน (Home For Cash) คืออะไร ใครรู้บ้าง?
"สินเชื่อเงินสด" กับ "บัตรกดเงินสด" แตกต่างกันยังไง?
5 สินเชื่อน่ารู้ ก่อนกู้ธนาคาร
ติด "แบล็คลิสต์" กู้บ้านไม่ได้ ทำยังไงดี?
อยากรู้มั้ย! คุณมีเครดิตแค่ไหน? กู้บ้านได้หรือไม่? [PART 2]
อยากรู้มั้ย! คุณมีเครดิตแค่ไหน? กู้บ้านได้หรือไม่?
กู้บ้านวันนี้ เช็คเครดิตบูโรแล้วรึยัง?
กู้แบงค์ ขอสินเชื้อบ้าน ต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง?